
ท้องร่วงจากอาหารปนเปื้อน และ การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
ท้องร่วงจากอาหารปนเปื้อน(Foodborne Diarrhea หรือ Foodborne Gastroenteritis)
เป็นภาวะที่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค สารพิษ หรือจุลชีพก่อโรค ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการอักเสบ ทำให้มีอาการถ่ายเหลว ถ่ายบ่อย หรือถ่ายเป็นน้ำ ภาวะนี้สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่จะมีความรุนแรงมากขึ้นใน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
สาเหตุของท้องร่วงจากอาหารปนเปื้อน
-
เชื้อแบคทีเรีย เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ Salmonella, Escherichia coli (E. coli), Shigella, Campylobacter หรือ Vibrio (พบในอาหารทะเล)
-
เชื้อไวรัส มักพบการระบาดเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน เช่น โนโรไวรัส (Norovirus), อะดีโนไวรัส (Adenovirus) หรือ โรตาไวรัส (Rotavirus)
-
เชื้อปรสิต เช่น Giardia lamblia และ Entamoeba histolytica มักพบจากน้ำหรืออาหารที่ไม่สะอาด
-
สารพิษ จากอาหารบูดเสีย อาหารที่เก็บรักษาไม่ถูกต้อง หรือ อาหารที่ปรุงไม่สุก
อาการของท้องร่วงจากอาหารปนเปื้อน อาการมักเกิดภายใน ไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–3 วัน หลังรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน
อาการที่พบบ่อย ถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายบ่อย ปวดท้อง บิดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือ มีไข้
อาการที่ควรเฝ้าระวัง ถ่ายเป็นมูกเลือด มีไข้สูง อ่อนเพลียมาก รับประทานน้ำ/อาหารไม่ได้ ปากแห้ง เวียน ศีรษะ/หน้ามืด ปัสสาวะน้อย (สัญญาณขาดน้ำ) อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงความรุนแรงของตัวโรค ควรรีบพบ แพทย์
การรักษาท้องร่วงจากอาหารปนเปื้อน
ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค เช่น
- การป้องกันภาวะขาดน้ำ (หัวใจสำคัญของการรักษา)
- ดื่มน้ำสะอาด
- ดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS)
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม
- การพักผ่อนและดูแลตามอาการ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม ซุป
- การใช้ยา
- ยารักษาตามอาการ : ถ้ามีอาการคลื่นไส้ / ปวดบิดเกร็งท้อง สามารถรับประทานยาก่อนได้
- ยาปฏิชีวนะ : ใช้เฉพาะกรณีแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
- ยาหยุดถ่าย : ไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเอง ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
Tips หน้าร้อน เทคนิคการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- ควรจิบน้ำเรื่อย ๆ เป็นระยะๆ
- น้ำอุณหภูมิปกติดีที่สุด
- ดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย สูตร คือ น้ำหนักตัวx2.2x30/2 = ปริมาณที่ควรดื่ม/วัน
- ดื่มมากเกินไปไม่ดี การดื่มน้ำในปริมาณมากๆ ในครั้งเดียว ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
- เลือกช่วงเวลาในการดื่มอย่างเหมาะสม เช่นในตอนเช้าหลังจากตื่นนอนเราสามารถดื่มน้ำในปริมาณมากได้ในครั้งเดียว ส่วนช่วงเวลาก่อนนอนไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมากเพราะจะทำให้ต้องตื่นกลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำบ่อยๆ

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเกิดภาวะดื้อยา
หากมีอาการรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม